วัดหลวง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดแรกและวัดคู่บ้านคู่เมืองอุบลราชธานี ที่สร้างโดย พระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) เจ้าเมืองคนแรกของเมืองอุบล


2021-09-02 02:35

จำนวนครั้งที่อ่าน : 11

วัดหลวง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดแรกและวัดคู่บ้านคู่เมืองอุบลราชธานี ที่สร้างโดย พระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) เจ้าเมืองคนแรกของเมืองอุบล

ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าใหญ่องค์หลวง พระแก้วไพฑูรย์ หนึ่งในพระแก้วสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี และหลวงพ่อปากดำ ภายในวัดจะมีวิหารวัดหลวง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่เลียนแบบมาจากวิหารของวัดเชียงทองที่หลวงพระบาง ประเทศลาว ซึ่งปัจจุบันถูกรื้อทิ้งไปแล้ว

มีวิหาร เก่า ของวัดหลวง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่เลียนแบบมาจากวิหารของวัดเชียงทองที่หลวงพระบาง ประเทศลาว ซึ่งปัจจุบันถูกรื้อทิ้งไปแล้ว จึงนำภาพวิหารดังกล่าวมาให้เห็น จดจำว่า ในอดีตวิหารวัดหลวง เป็นอย่างนี้

พ.ศ.2324 เมื่อเจ้าพระปทุมวรราชสุริยะวงศ์ (ท้าวคำผง) ได้อพยพมาจากดอนมดแดง มาตั้งบ้านเมืองใหม่ที่ดงอู่ผึ้ง และได้ตั้งเมืองอุบลราชธานีขึ้น และเห็นว่า ที่แห่งนี้เหมาะที่จะสร้างบ้านเมือง วัดวาอาราม เพื่อเป็นศรีสง่าแก่บ้านเมือง เป็นที่อยู่อาศัย สืบทอดพระพุทธศาสนา จึงให้พระสงฆ์ที่อพยพมาด้วย ลงมือก่อสร้าง โดยให้ช่างที่อพยพมาจากเวียงจันทน์ พร้อมด้วยท่านอุปฮาดราชบุตรราชวงศ์ ท่านท้าวเพี้ย กรรมการน้อยใหญ่ ร่วมสร้างด้วยความสามัคคี วัดจึงสำเร็จสวยงามสมเจตนารมณ์ สร้างโบสถ์ องค์พระประธาน กุฎิวิหาร ศาลาการเปรียญ หอไตร หอกลาง หอโปง หอระฆัง พร้อมบริบูรณ์ทุกอย่าง เป็นสังฆาวาสที่สวยงามมาก เมื่อสร้างเสร็จได้ตั้งนามว่า พระเจ้าใหญ่วัดหลวง นามนี้เรียกว่า "วัดหลวง" ซึ่งถือว่าเป็นวัดแรกของเมืองอุบลราชธานี และถือได้ว่าเป็นวัดประจำเจ้าเมืองอุบลราชธานีคนแรก นั้นก็คือ ท้าวคำผง นั้นเอง

อัฐิของพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) เก็บไว้ที่ใด.

พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ ครองเมืองอุบลราชธานีตั้งแต่ตั้งเมืองมาเป็นเวลา 17 ปี จนถึง พ.ศ.2338 จึงถึงแก่พิราลัย สิริรวมอายุได้ 85 ปี มีการทำพิธีเผาพระศพด้วยเมรุนกสักกะไดลิงค์ที่ทุ่งศรีเมือง

คุณพ่อบำเพ็ญ ณ อุบล (ท้าวดอกหมาก) หรือบางคนเรียนท่านว่า ท่านอัยการบำเพ็ญ (เสียชีวิตแล้ว) ถือว่าเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลเจ้านายเมืองอุบลโดยตรง ในวัยเด็กท่านได้ใกล้ชิดกับปู่ย่าตายาย ซึ่งเป็นผู้สืบเชื้อสายอาญาสี่ หรือเจ้าเมืองอุบลในอดีต ทำให้มีความรู้เรื่องและเก็บรักษาข้าวของเครื่องใช้ หรือเครื่องยศเจ้าเมืองโบราณไว้มากมาย ซึ่งรวมถึงอัฐิของพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) ผู้สร้างเมืองอุบล ผู้ครองเมืองอุบลราชธานีพระองค์แรก และอัฐิของพระพรหมราชวงษา (ท้าวทิศพรหม) ผู้ครองเมืองอุบล องค์ที่ 2 ด้วย

ภายหลังคุณพ่อบำเพ็ญ ได้มอบอัฐิต้นตระกูลของท่านไว้กับเจ้าอาวาสวัดหลวง มีการบำเพ็ญกุศลช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ภายหลังจากสร้างอนุสาวรีย์เจ้าคำผง ประดิษฐานที่วัดหลวง ซึ่งเป็นวัดประจำพระองค์แล้วเสร็จ จึงมีพิธีบรรจุอัฐิเจ้าคำผง และท้าวทิศพรหม ไว้ใต้ฐานอนุสาวรีย์ฯ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา โดยมีเกจิอาจารย์ชื่อดัง มาร่วมพิธีมากมาย

วัดนี้ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายประการ เกี่ยวเนื่องกับวัด เกี่ยวเนื่องกับลูกหลานชาวอุบล และ ที่ท่าน้ำ ด้านติดแม่น้ำมูล ตรงจุดนี้ คือ ที่ตั้งวังพญานาค แห่งน้ำแม่น้ำมูล คือ พญาธะนะมูลนาคราช พระแก้วไพฑูลย์ หลาวงพ่อปากดำ ที่สำคัญที่สุด คือ เป็นประดิษฐาน พระเจ้าใหญ่องค์แรกของเมืองอุบล "พระเจ้าใหญ่องค์หลวง" สร้างก่อนพระเจ้าใหญ่อินแปงถึง 26 ปี( พระเจ้าใหญ่องค์หลวง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2324 พระเจ้าอินทร์แปลง สร้างเมื่อ พ.ศ.2350

พระแก้วไพฑูรย์

พระแก้วไพฑูรย์ หนึ่งในพระแก้วสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี พุทธลักษณะปางสมาธิ พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองวางหงายซ้อนทับกันบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางลงบนพระหัตถ์ซ้าย เป็นพระแก้วที่สร้างจากหินใสธรรมชาติที่มีอายุหลายร้อยปี ช่างแกะหินใสองค์นี้ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ แต่จากหลักฐานและคำบอกเล่าทราบว่า พระพุทธรูปองค์นี้อยู่ในการปกครองของเจ้านายเมืองอุบลมานานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) ถวายเป็นสมบัติของวัดหลวงคู่กับพระแก้วบุษราคัม เมื่อเจ้านายทางกรุงเทพฯ มาปกครองเมืองอุบลฯ ในสมัยรัชกาลที่ 4 เจ้านายพื้นเมืองอุบล เกรงว่าเจ้านายจะบังคับเอาพระแก้วทั้งสองไปเป็นสมบัติส่วนตัวจึงได้นำเอาพระแก้วทั้งสององค์แยกออกจากกันไปซ่อนไว้โดยมิดชิดไม่ยอมแพร่พรายให้ใครรู้

ต่อมาเมื่อสร้างวัดศรีทองหรือวัดศรีอุบลรัตนาราม เจ้าอุปฮาดโท บิดาของพระอุบลเดชประชารักษ์ (เสือ ณ อุบล) จึงได้ไปอัญเชิญพระแก้วทั้งสององค์ออกมาจากที่ซ่อน โดยนำพระแก้วบุษราคัมไปถวายให้แด่พระคุณเทวธัมมี (ม้าว) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดศรีทอง และเป็นสัทธิวิหาริกของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 มาจากกรุงเทพฯ คงมีความเกรงใจ จึงไม่กล้าที่จะขอเอาพระแก้วบุษราคัม และพระแก้วไพฑูรย์ไปจากเมืองอุบลราชธานี

ส่วนพระแก้วไพฑูรย์นั้น ทายาทของเจ้านายพื้นเมืองอุบลราชธานี นำไปเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติล้ำค่าของบรรพบุรุษ ต่อมาภายหลังได้นำมาถวายแต่พระครูวิลาสกิจจาทร เจ้าอาวาสวัดหลวง จึงกลายเป็นสมบัติของวัดหลวง และประดิษฐานไว้ ณ วัดหลวง ตราบมาจนปัจจุบัน จึงนับได้ว่า พระแก้วไพฑูรย์องค์นี้ เป็นสมบัติของวัดหลวงและเจ้าเมืองอุบลราชธานีมาตั้งแต่สมัยโบราณโดยแท้

พระแก้วไพฑูรย์ เป็นหนึ่งในแก้วอันเป็นรัตนชาติ ลักษณะของเนื้อองค์พระจะสีใสขุ่น หากยกองค์พระแล้วส่องดูใต้ฐานจะมองเห็นคล้ายสายฝนหยดลงมาจากฟ้า อันเป็นนิมิตแห่งความอุดมสมบูรณ์ ฝนตกต้องตามฤดูกาล นับเป็นสมบัติล้ำค่าที่คู่ควรแก่การรักษาไว้ เพื่อเป็นมรดกให้แก่ชาวเมืองอุบล สืบต่อไปนานเท่านาน

พระแก้วไพฑูรย์

อุบลราชธานี ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่มีพระแก้วมากที่สุด เป็นมหานคร แห่งพระแก้วนพเก้า ค้นพบ แล้ว 5 องค์

หลวงพ่อปากดำ

พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน เล่ากันว่าพระโอษฐ์ (ริมฝีปาก) ท่าน จะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล

เป็นพระคู่บารมี เจ้าคำผง ทุกครั้งที่ ออกรบ จะอัญเชิญ ขึ้นบนหลังช้าง ไปด้วยทุกครั้ง

ในปัจจุบัน ได้มีการสร้างองค์จำลองของหลวงพ่อปากดำ เพื่อเป็นพระประธานในอุโบสถหลังใหม่่ มีขนาดหน้าตักกว้าง 109 นิ้ว สูง 5.90 เมตร และได้อันเชิญองค์จริงมาประดิษฐานในพระอุโบสถ บริเวณด้านบนขององค์จำลองด้วย

เนื่องจากวัดอยู่ติดกับแม่น้ำมูล บริเวณทางลงไปยังแม่น้ำ ยังมีบันไดนาค ที่สวยงาม เหมาะกับการเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แถมยังใกล้ตลาดอีกด้วย

และตรงจุดนี้ เป็นที่มาของตำนาน พญานาคแห่งลำน้ำมูล ที่รู้จักกัน ใน นามท่านว่า ธะนะมูลนาคราช "

พญานาคพ่นทรัพย์"

วัดปากโดม.

วัดป่าปากโดม อาณาจักรแห่งองค์ทะนะมูลนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำมูล


All Isan Chamber of Smart Unity จำเป็นต้องมี การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหอการค้าอิสาน 20 จังหวัด อันประกอบด้วย จังหวัดในอิสานดังนี้ อุบลราชะานี ศรีศะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ก มุกดาหาร สกลนคร นครพนม อุดรธานี หนองคาย เลย ชัยภูมิ บึงกาฬ นครราชสีมา สุรันทร์ บุรีรัมย์ หนองบัวลำภู โดยหอการค้าจังหวัดอุบลราชะานี เป็นแม่ข่ายในการเชื่อมโยงฐานข้อมูล